• 153

ในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อน นโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล ประธานในที่ประชุมได้มอบนโยบายให้ขับเคลื่อนกัญชา กัญชง เป็นพืชเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชน โดยเน้นย้ำเป้าหมายทางการแพทย์ที่ต้องควบคู่ไปกับเศรษฐกิจ


ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และที่ปรึกษาสถาบันกัญชาทางการแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนให้ความสนใจในการปลูกกัญชา 6 ต้นกันมาก เนื่องจากเล็งเห็นถึงความต้องการของตลาด ซึ่งสถาบันกัญชาทางการแพทย์ และหน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงสาธารณสุขก็ได้เร่งทำความเข้าใจถึงขั้นตอนและวิธีการ ว่าเกษตรกรต้องรวมตัวกันเป็นวิสาหกิจชุมชน และต้องปลูกโดยมีวัตถุประสงค์หลักทางการแพทย์ โดยในขณะนี้สถาบันกัญชาทางการแพทย์ได้จัดทำข้อเสนอให้แต่ละเขตสุขภาพเข้ามาดูแล เพื่อให้เกิดความเหมาะสมของการใช้และการปลูก เพราะท่านรองนายกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้กำชับว่า การดำเนินงานกัญชากัญชง ต้องทำให้ตลาดเติบโตอย่างยั่งยืน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ดังนั้นต้องทำให้รัดกุม รอบคอบ และดูตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง โดยการประชุมวันนี้ได้มอบให้แต่ละเขตสุขภาพดูเรื่องความต้องการทางการแพทย์ ว่ามีผู้ป่วยกลุ่มใดที่มีความเหมาะสมที่จะใช้กัญชา และจะใช้ในรูปแบบใด เพื่อให้เกิดการผลิตยาที่มีประสิทธิภาพพอเพียงกับความต้องการ และให้เกษตรกรได้ใช้ส่วนที่ไม่ใช่ยาเสพติดเพื่อสร้างรายได้และดูแลสุขภาพตนเอง ยกตัวอย่างเขตสุขภาพที่ 9 ก็มีแนวคิดจะให้เกษตรกรปลูกกัญชาเพื่อนำรากมาทำยา เพราะเป็นความรู้พื้นบ้าน และก็มีงานวิจัยสนับสนุนว่ารากมีสารต้านการอักเสบ ส่วนของใบก็ให้เกษตรกรไปใช้ และปักหมุดส่งเสริมการใช้ยาสารสกัดกัญชาในผู้ป่วยประคับประคอง ส่วนในเขตสุขภาพที่ 8 ก็จัดทำระบบการบริหารจัดการกัญชาทางการแพทย์ครบวงจรระดับ ตั้งแต่การจัดทำธนาคารต้นกล้า/เมล็ดพันธุ์

การผลิตเพื่อส่งเสริมการใช้ยากัญชาแผนไทย ซึ่งการดำเนินงานเช่นนี้น่าจะเป็นเรื่องดี เพราะในแต่ละเขตสุขภาพสามารถกำหนดได้ตามบริบทสุขภาพ และความรู้ที่ตนเองมี ซึ่งนอกจากตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพในพื้นที่ที่มีต่างกันแล้ว ยังจะทำให้เกิดความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ในระบบสุขภาพด้วย

ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน

ดร.ภก.อนันต์ชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า เราให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการทุกระดับ โดยพยายามแก้กฎหมายให้เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ และหวังว่าผู้ประกอบการรายใหญ่จะสามารถดำเนินงานได้คล่องตัวขึ้น แต่ผู้ประกอบการรายเล็กหรือเกษตรกร ซึ่งจะมีทุนและโอกาสสร้างตลาดน้อยกว่า เราจึงให้ความสนใจเป็นพิเศษ และจัดทำโครงการ 6 ต้นเพื่อให้เกษตรกรเป็นส่วนหนึ่งของสายการผลิตยาที่มีคุณภาพ และยังอาจสร้างโอกาสในการมีผลิตภัณฑ์และบริการของตนเองได้

“ขอยืนยันว่าการดำเนินนโยบายนี้เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน
อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และที่ปรึกษาสถาบันกัญชาทางการแพทย์

แต่จะสร้างทางให้คนไทยเดินไปพร้อมกัน โดยมีเป้าหมาวหารขับเคลื่อนด้านสุขภาพคู่กับเศรษฐกิจ โดยจะขยายผลให้ครอบครัวทั้งประเทศภายในปี 2564


Cann Society